ReadyPlanet.com


การประเมินตัวผู้สอนโหราศาสตร์


 

พูดแบบตรงไปตรงมาก็คือเก่ง-แม่นจริงหรือไม่

ตรงนี้นานาจิตตัง หรือวิธีการคิดของแต่ละท่านว่า  ดูตรงไหนว่าคนๆนี้เราควรจะไปเรียนด้วย  ถ้าจะบอกว่าช่วยทายโชว์ให้หน่อย  บางท่านอาจจะโกรธ หาว่าไปดูถูก แล้วสรุปเลยว่า  ถ้าไม่ศรัทธาก็ให้ไปหาท่านอื่นได้ ความจริงพูดแบบนี้ถูกครึ่งไม่ถูกครึ่ง   ถูกก็ืคือ  ถ้าคนที่สอนได้มีการทายคนสำคัญๆ  แสดงแล้วในเว็บหรือในที่สาธารณะ  มีประจักษ์พยานรู้เห็น  หรือเขียนกระทู้  บทความวิชาการแล้วดูมีสาระ น่าเชื่อถือหรือไม่  ถ้าเคยทำ ทายเรื่องสำคัญๆแล้วแม่นยำ    หรือมีการถกเถียงกันในเรื่องโหราศาสตร์  กล้าชี้ประเด็น   กล้าปรียบเทียบ   เราก็น่าจะดูได้เรื่องการแสดงออกว่า  เขาเป็นคนอย่างไร

ลองดูว่าในบรรดาผู้สอนโหราศาสตร์ หรือศาสตร์ในการพยากรณ์นั้นเขาทำกันอย่างไร   จะเห็นว่าแบบที่ 1 ใช้การโฆษณาทางสื่อ ไม่ว่าทางนิตยสาร  ทางโทรทัศน์  ทางหนังสือ เว็บ หรือ ทางสื่อ อื่น  2 เขียนตำราออกมาขายให้หนังสือกระจายออกไปมากๆ แล้วเขียนบอกว่าตนเก่งอย่างไร มีบริการอะไร   3 เขียนบทความหรือทำนายตามเว็บ  หรือนิตยสาร หรือตามหน้าหนังสือพิมพ์  4 อิงสมาคมหรือหน่วยงานที่ทำให้ ตนนั้นดูแล้วน่าเชื่อถือ  5 ผลของการพยากรณ์หรือการทายล่วงหน้าคนสำคัญๆ  แม่นยำและมีการบอกต่อ ปากต่อปาก ว่าน่าเชื่อถือ    แนวของแต่ละท่านแตกต่างกัน    ประมาณ 98 เปอร์เซ็นต์หรือมากกว่านั้นของผู้สอน ไม่เคยทายโชว์เลย    น้อยมากๆที่กล้าทายโชว์  ส่วนที่ทายภายหลังที่ผลออกแล้วนั้นไม่นับ  เพราะ  หวยออกแล้วยังไงๆก็ตะล่อมโน่นนี่ได้    ให้มันเข้าเป้า    เราใช้สติปัญญาไตร่ตรองเองได้   ว่าใครเป็นอย่างไร  ใครเก่งมาก ใครเก่งน้อย

เราควรจะเรียนโหราศาสตร์จากคนที่ทายได้อย่างแม่นยำ  การพิสูจน์ว่าแม่นยำจริงแค่ไหนจึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา



ผู้ตั้งกระทู้ Admin กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์ :: วันที่ลงประกาศ 2013-02-27 01:58:49


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3367634)

 จากสถิติขอบอกได้เลยว่า 98-99 เปอร์เซ็นต์ของผู้สอนโหราศาสตร์นั้น  ไม่เคยทายโชว์ และไม่ต้องการจะทายโชว์   ส่วนคนที่ทายโชว์หรือเคยทายโชว์ในที่สาธารณะนั้น    แสดงว่าต้องการให้คนทั่วไปรู้ตัวตนของเขามันแม่นหรือไม่แม่น โดยไม่มีอะไรจะปิดบัง    ข้อเหมือน  ข้อแตกต่าง  ตรงนี้ท่านผู้อ่านจะพิจารณาเอง   จะมองว่า ใครเก่ง ไม่เก่ง ไม่มีใครห้ามได้

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-02-27 14:47:04


ความคิดเห็นที่ 2 (3368205)

 หากวงการโหราศาสตร์พยายามสร้างมาตรฐานขึ้นมาให้เป็นที่ยอมรับ  เช่น  คำถามที่ลูกค้าถามหมอดูประมวลมาให้หมด  แล้วทดสอบผู้สอน หรือผู้ที่จะทำการพยากรณ์ ว่ารู้มากแค่ไหน  หรือแม่นยำแค่ไหนก็ทำได้    วิธีการที่ตรงไปตรงมาก็จะช่วยให้ผู้มารับบริการหรือต้องการเรียนโหราศาสตร์ทราบก่อนล่วงหน้า  เป็นสิ่งที่เขาเหล่านั้นสามารถตัดสินใจเองได้      ทั้งมั่นใจได้ว่าเงินกับเวลาที่เสียไปนั้น-มันคุ้มค่า   สรุป ใครรู้จริงหรือรู้ไม่จริงแค่ไหน  อย่างไรก็ช่วยคัดหรือแบ่งกลุ่มกันเสียก่อน  อย่าให้มันอึมครึมแบบตาดีได้ตาร้ายเสีย

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-03-09 13:13:55


ความคิดเห็นที่ 3 (3369793)

 เราต้องยอมรับว่า ในการเรียนโหราศาสตร์  เวลาส่วนใหญ่เสียไปกับการฟังครูผู้สอนและการจด  เพราะการติดตามและเข้าใจขั้นตอนต่างๆ  ของการทำนายนั้นต้องตั้งใจเพื่อที่จะได้ตามครูให้ทัน    ตรงนี้ไม่ใช่ประเด็นที่วัดความสำเร็จของการเรียน  แต่กลับอยู่ที่การใช้งานว่าแม่นยำแค่ไหน  ผู้รับการพยากรณ์พอใจมากน้อยแค่ไหน  หรือพูดอีกอย่างว่า ต้องปฎิบัติและวัดผลกันตรงนั้น    เมื่อไรจะปฎิบัติ  เมื่อไรจะรู้ว่าใช้งานแล้วได้ผลหรือไม่ได้ผล   หากไม่ได้ผลก็น่าเสียดายความตั้งใจ+เวลาที่ทุ่มเทลงไป   ดังนั้นจึงจำเป็นต้องวัดประสิทธิผลของการเรียนให้เร็ว   เพื่อที่จะตัดสินใจ หรือเปลี่ยนแปลงให้ทันท่วงที   ไม่ปล่อยจนเละเทะ

ผู้เรียนต้องรีบฝึก  มีปัญหาอะไร  ต้องขวนขวายแก้ไขให้มันเร็ว  มิฉะนั้นอาจสูญเปล่า   ความล้มเหลวอยู่ที่การไม่ปฎิบัติ (ตรงนี้บางคนอาจงงว่า เรียนมาแล้วทายอย่างไร ไม่พยายามให้มันสุดทาง  เรียนเท่าไีรๆก็ยังทายไม่เป็น)  หรือปฎิบัติแล้วไม่รู้ว่าผิดหรือถูก   ดังนั้น ใครอยากก้าวหน้าต้องรีบจองสนาม ทดสอบความรู้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้   โจทย์ใดที่มีคำเฉลยแน่นอน ถือว่าดี  เป็นกระจกส่องตนเองไม่ต้องให้มีใครมาบอก   หากครู ก ไม่สามารถชี้ทางได้  ก็ต้องน่าไปหาคนที่ชี้ทางได้    ความชัดเจนที่ว่าทายไปแล้วได้ผลแค่ไหน   ต้องเคลียร์  ไม่โกหกตัวเอง  ไม่ยึดติดสิ่งจอมปลอมหรือคำหลอกลวงใดๆ   ได้คือได้  ไม่ได้คือไม่ได้  ไม่แม่นคือไม่แม่น

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-03 19:49:29


ความคิดเห็นที่ 4 (3370547)

 ผู้สอนโหราศาสตร์ที่น่าเคารพนับถือมากที่สุด  คือคนที่ตอบคำถามว่า "ทำไม"  ได้ชัดเจน  ตอบได้อย่างคล่องแคล่ว  มีตัวอย่างสนับสนุนอย่างเพียงพอ  และเปิดโอกาสให้มีการถามโดยไม่มีเงื่อนไข หรือ ข้อแม้ใดๆ    ส่วนคนที่หลีกเลี่ยงการตอบนั้นมีเหตุผลส่วนตัวของเขาเอง  หนึ่งในเหตุผลนั้น คือ "กลัวจะตอบไม่ได้"  หรือ "กลัวจะจนมุม"  ส่วนประเภทที่ตอบ แต่ตอบประเภทเอาสีข้างเข้าถู  คือ ตอบมั่วๆไปก่อน  หรือ ตอบไปแบบนี้แหละให้เซ็งเป็ดไปเลย-คราวหน้าจะได้ไม่ต้องถามอีก  ก็มีเหมือนกัน   แต่แบบหนึ่งที่มักได้ยินกันบ่อย คือ "ถามยากเกินไป ไม่มีใครรู้หรอก"  บางคนก็อาจบอกว่า "รู้แค่นี้ก็ดีถมถืดแล้ว  จะเอาอะไรกันหนักหนา"

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-13 05:53:11


ความคิดเห็นที่ 5 (3378263)

 ตรงนี้อยากจะเน้นย้ำว่า   คนที่เรียนโหราศาสตร์ควรจับหลักให้มั่นว่า ต้องทายดวงชะตาได้และควรจะแม่นยำ   หากไม่มีความแม่นยำอะไรก็ไม่มีประโยชน์ ทุกอย่างสูญเปล่า     ความแม่นยำที่ว่าก็ต้องมีความเชื่อถือได้เมื่อเอาไปใช้กับดวงหลายๆดวง  เช่น วิธีการทายนั่นทายได้ถูกต้องไม่ว่าจะอ่านดวงที่ไม่เหมือนกัน จำนวนมากพอ เช่น 10 ดวง หรือ 20 ดวงขึ้นไป   หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า "ได้ผล" Effective และ "มีความแน่นอน" Consistency   ไม่ใช่ว่า  ทายดวง ก ถูก  แต่พอไปใช้ทายกับดวง ข กลับผิด

ส่วนการพยากรณ์นั้น ควรจะให้รู้การทาย "รอบด้าน" คือ ตอบคำถามแบบต่างๆให้ได้มากที่สุด  เรียกว่า "รู้กว้าง"  และควรจะ "รู้ลึก"  คือ ถามซอกแซกลงไปก็ยังตอบได้  การรู้ลึกนั้นยิ่งลึกได้มากเท่าไรยิ่งดี

นักกีฬาเก่งๆ ยังต้องมีโค้ช ที่ช่วยชี้แนะ  และ แก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด  รวมทั้งปรับตัวนักกีฬาให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ และแข็งแกร่งมากที่สุด  จึงจะขึ้นมาเป็นแชมป์ระดับโลกได้ (แบดมินตันหญิงเดี่ยว- ทีมวอลเล่ย์บอลหญิง) ถ้าได้โค้ชดีก็มีชัยไปมากกว่าครึ่ง   การเรียนรู้โหราศาสตร์ให้ตรงทางและรวดเร็ว จำเป็นต้องมีครูหรืออาจารย์ผู้สอนเช่นเดียวกัน   ความแม่นยำที่มีในตัวอาจารย์นั้นสามารถถ่ายทอดไปยังศิษย์ได้  เป็นการลดระยะเวลาการเรียนรู้ที่ได้ผลมากที่สุด

รู้มากหรือรู้น้อย  แม่นยำ หรือไม่แม่น จำเป็นต้องมีการทดสอบวัดผล   เพื่อการปรับปรุงแก้ไข หรืออย่างน้อยก็ให้รู้สถานะในปัจจุบันว่าดีเลวเพียงใด  นักมวยที่เก่งก็ต้องขึ้นชกกับคู่แข่งขัน  ไม่ใช่เก่งอยู่แต่ในค่ายซ้อมแล้วฝันเอาว่าตนเองนั้นเก่ง    ได้ดาบมาแล้วก็ต้องพิสูจน์ว่าดาบที่มีนั้นคมมากคมน้อยเพียงใด   ถ้าฟันทีเดียวตัดต้นไม้ขาดกระจุย อย่างนี้ถือว่า ใช้ได้  ไม่ใช่ฟันเต็มแรงแต่ "เจ็บมือ" หรือต้นไม้กิ่งไม้อยู่แบบเดิม ไม่มีกระเทือน

ความพากเพียรพยายามอย่างไม่ท้อถอย  จะส่งให้ก้าวถึงจุดที่สำเร็จได้ตามที่ปรารถนา   คนที่ประสบความสำเร็จ จะต้อง "คิดเป็น" และเน้นที่การ "ปฏิบัติ" ทั้ง ปฏิบัติแล้วต้องได้ผลด้วย

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-09-25 10:58:46


ความคิดเห็นที่ 6 (3378528)

 คนที่ทำอะไรแล้วต้องการความสำเร็จต้องมีจุดมุ่งหมายแห่งการกระทำนั้นๆ    เช่น เรียนโหราศาสตร์เพื่อให้ทายแม่นยำ ใครๆยกย่องว่าเก่ง  และมีรายได้จากความสามารถที่ว่านั้น ประการหนึ่ง   และระดับของความเก่งที่ตั้งใจไว้นั้นคือระดับใด    หากเรียนไปแล้วผลลัพธ์เป็นอะไรก็ได้ หรือ เพื่อฆ่าเวลาเล่น  อย่างนี้ไม่ควรจะมาเรียนโหราศาสตร์เลย  นอนเล่นอยู่ที่บ้านหรือดูหนังดูละครมันน่าจะดีกว่า   เพราะถ้าไร้เป้าหมายเสียแล้วก็ย่อมไร้ซึ่งความพยายาม

รัชนก อินทนนท์ ใช้ความตั้งใจ และเพียรพยายามอย่างต่อเนื่อง จึงสามารถมายืนในตำแหน่ง แชมป์โลกแบดมินตันได้  แน่นอนว่า ความสำเร็จไม่ได้มาง่ายๆ

 

เราควรนึกรู้ได้ว่า อะไรเป็นแก่น  อะไรเป็นกระพี้    อะไรเป็นแค่ความโอ้อวดหรือการโฆษณา   อะไรเป็นการโน้มน้าว  อะไรหลอกและอะไรที่เป็นของจริง   

 

การรู้อย่างครอบคลุม คือ การรู้หมดทุกกรณีหรือรู้กว้างขวางมากที่สุดที่คนทั่วไปยอมรับได้  เช่น  ทายว่ามีคู่ครองเป็นคนต่างชาติ  ลูกค้ามา 10 คนก็ควรจะถูกต้องทั้ง 10 คน  ไม่ใช่ถูกเพียง 5-6 คน  แต่ที่เหลือนั้นกลับผิด  หากวิธีการทดสอบคนที่มีคู่ต่างชาติมีทั้งหมด 5 วิธี  ก็ต้องตะกายรู้ให้มันครบทั้ง 5 วิธี   คุณภาพดีมากหรือน้อยแค่ไหนก็ต้องพยายามวัดกันออกมาให้ครบทุกซอกทุกมุม     หากมาตรฐานที่ตั้งเอาไว้มันต่ำผลที่ได้มันก็แค่ระดับต่ำๆ     หากตั้งข้อสอบโหราศาสตร์ไว้แค่ทฤษฎีพื้นฐาน  เช่น  ราศีใดมีดาวเจ้าหรือดาวเกษตรเป็น 5   หรือ ให้ท่องทักษาวันเกิดมาให้ครบ   หรือ บอกความหมายของภพมา  เพียงแค่นี้  แล้วมายกย่องว่าเก่งนักเก่งหนาแบบนี้    คนที่เฉลียวฉลาดหรือมีความรู้มากกว่าเขาดูออก  ว่า ระดับที่ว่ากันนั้นแท้จริงมันเป็นระดับใด  สูง หรือ ต่ำ   ตื้นมาก  ตื้นน้อย  และสามารถเอาไปทำอะไรได้บ้าง  หรือเอาเข้าจริงๆ ก็ใช้ทำอะไรแทบไม่ได้เลย   เป็นราคาคุยเสียทั้งหมด

เต่ากับกระต่ายวิ่งแข่งกัน   กระต่ายทนงตนว่าเก่งอยู่แล้วก็แอบไปนอนเสีย   ที่สุดก็แพ้เต่า (นินจา) ที่คลานต้วมเตี้ยมๆ  แต่เอาจริงเอาจัง  ฉันท์ใดก็ฉันท์นั้น

  

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-10-02 00:37:27


ความคิดเห็นที่ 7 (3378593)

 การจับทางดวงก็เป็นเรื่องสำคัญ  คือดูดาวลอยแล้วพอรู้ว่า ความเป็นไปในเรื่องสำคัญในชีวิตเป็นอย่างไร  เช่น  รวย หรือ มีปัญหาทางการเงินอาจล้มละลายได้  หรือ มีชื่อเสียงหรือไม่  หรือ เรื่องของสุขภาพเป็นอย่างไร  หนักถึงขั้นฆ่าตัวเองตายหรือไม่  แล้วถ้าตายเป็นอะไรถึงตาย

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-10-03 03:25:12


ความคิดเห็นที่ 8 (3383287)

 สำหรับผมแล้ว ถือว่าดวงตัวอย่างสำคัญที่สุด    หากเรามีดวงที่รู้ความเป็นไปในชีวิตค่อนข้างละเอียด   ตรงนี้จะเป็นครูที่ทำให้เราเข้าใจวิธีการทำนายโหราศาสตร์ได้อย่างลึกซึ้ง  ทุกขั้นตอน    ผมจึงทุ่มเทค้นคว้าทั้งดวงและประวัติชีวิตของบุคคลเพื่อเก็บไว้ในสต็อคมากมายหลายแง่มุม  เพื่อทำให้เกิดความแตกฉานในศาสตร์นี้

ดังนั้น ผู้ที่เรียนจะมีตัวอย่างการอ่านดวงที่หลากหลาย  เพื่อที่จะเก็บรายละเอียดวิธีการอ่านไปให้มากที่สุด

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2014-02-17 14:06:46


ความคิดเห็นที่ 9 (4036283)

 ขออนุญาตยกตัวอย่างดวงจริงดวงหนึ่งมาให้ดูเพื่อวิเคราะห์มุมมองของผู้ที่ทำนาย

ดวงนี้เป็นของนักแม่นปืนทีมชาติ ที่มีความขัดแย้งกับภรรยา   จนในที่สุดถูกมือปืนประกบยิงตายในขณะที่กำลังขับรถ  มีท่านหนึ่งนำมาให้ทายกันในสมุดจดดวง โดยกำหนดดวงเกิดซึ่งมีลัคนามาเรียบร้อยที่ราศี xxx    มีบางคนทายว่าตาย ซึ่งถูกต้อง เพราะตายจริง แต่ประเด็นทางโหราศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ คือ การทายว่าตายนั้น ตรงตามความเป็นจริงทุกเงื่อนไขแล้วหรือไม่ ตามดวงที่กำหนดซึ่งมีการระบุชื่อท่านเจ้าของด้วย    ซึ่งที่น่าจะถูกต้องมากกว่า  ผู้ที่่อ่านดวงนั้นควรอ่านองค์ประกอบสำคัญได้ครบถ้วนทุกประเด็น คือ (1) เจ้าของดวงเป็นเป้าหมายของการสังหาร  (2) ต้องการให้เจ้าของดวงตายทันที (3) หา กรู้ว่าอาวุธที่ใช้สังหาร คือ ปืน ก็ต้องให้เครดิตเพิ่ม (4) ผู้ตายกำลังขับรถยนต์อยู่ในขณะนั้น และ (5) หากอ่านจากดวงรู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังการฆ่าครั้งนี้ คือ ภรรยา ก็นับว่าได้ร่ำเรียนมาอย่างลึกซึ้งทีเดียว

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2017-02-10 01:39:10


ความคิดเห็นที่ 10 (4048843)

 ที่เขียนไว้  ผมเข้าใจว่า คนที่ทายได้แค่ว่า ตาย มีความรู้จริงๆเพียง 25-30 เปอร์เซนต์เท่านั้น    อาจทายเรื่องทำนองเดียวกันผิดได้ทุกเวลา  ใช่ไหมครับ   ครูผู้สอนที่มีความรู้ลึกซึ้งจริงๆ น่าจะมีไม่มาก     คนที่เจอครูที่รู้ครบถ้วนจริงนับว่ามีวาสนาแท้

ผู้แสดงความคิดเห็น ยศพร วันที่ตอบ 2017-04-14 23:29:11



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.